ยาคุมฉุกเฉิน ควรใช้ยามฉุกเฉินเท่านั้น

68

ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาคุมชนิดหนึ่งที่มีไว้ป้องกันการตั้งท้องโดยที่ไม่พร้อมประมาณ 80-90 % ซึ่งจะได้ผลมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับช่วงระยะเวลาที่ทานหลังมีเพศสัมพันธ์ หากทานช้ามากเท่าไหร่ประสิทธิภาพในการป้องกันก็จะลดลงไปด้วย

ยาคุมฉุกเฉิน

การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินควรทานในกรณีไม่ได้ป้องกันหรือคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น ๆ หรือมีข้อผิดพลาดในการคุมกำเนิดเช่นถุงยางอนามัยแตกรั่ว การนับวันระยะปลอดภัยผิด การลืมกินยาคุม รวมไปถึงการถูกข่มขืนเป็นต้น

ยาเม็ดสำหรับคุมฉุกเฉินถึงแม้จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้แต่ก็ไม่ได้ชัวร์ 100% และยังไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อจากเพศสัมพันธ์ได้ อีกทั้งอาจจะส่งต่อต่อรังไข่ และมดลูก การกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย

การกินยาคุมฉุกเฉินที่ถูกวิธี

  • ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินจะบรรจุแผงละ 2 เม็ด เม็ดละ 0.75 มิลลิกรัมโดยต้องทานให้เร็วที่สุดหลังจากมีเพศสัมพันธ์ และต้องทานให้ครบทั้ง 2 เม็ด โดยจะกินรวดเดียวทั้งหมด หรือจะแบ่งกินครั้งละ 1 เม็ดห่างกันนานถึง 12 ชั่วโมงก็ได้ แต่หากลืมทานให้ครบก็จะทำให้การคุมกำเนิดไม่ได้ผล
  • หากไม่สามารถทานได้ทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ก็สามารถทานได้แต่ไม่ควรนานเกิน 3 วัน หากกินยาเข้าไป แล้วอาเจียนออกมาภายใน 2 ชั่วโมง ต้องกินซ้ำเข้าไปใหม่ หรือหากมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่กินยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน ก็ไม่จำเป็นต้องกินยาซ้ำเข้าไป
  • ภายในหนึ่งเดือนไม่ควรทานยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินเกิน 4 เม็ด เพราะจะทำให้ฮอร์โมนระบบสืบพันธุ์ผิดปกติได้
  • หากทานยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉินบ่อย ๆ จะทำให้การคุมกำเนิดด้วยยาคุมแบบปกติไม่ได้ผล ดังนั้นควรกินยามที่ไม่ได้ป้องกันเท่านั้น
  • หากอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ไม่ควรกินยาคุมฉุกเฉินโดยเด็ดขาด

อาการข้างเคียงและข้อควรระวัง

  • หลังจากทานยาไปสักพักจะรู้สึก วิงเวียน รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน
  • สำหรับบางคนที่ร่างกายต่อต้าน อาจจะมีอาการปวดศีรษะหรือปวดท้องได้
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • มีความเสี่ยงที่จะท้องนอกมดลูก
  • ในระยะยาวอาจจะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน เพราะร่างกายขาดแคลเซียม

เมื่อพิจารณาดูแล้วทำให้เห็นว่ายาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์จากเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน แต่ก็มีผลข้างเคียงและผลเสียต่อร่างกายหลายอย่าง ดังนั้นจึงไม่ควรกินบ่อย ๆ หากต้องการคุมกำเนิดโดยใช้ยาควรเลือกยาคุมแบบปกติจะดีที่สุด รวมไปถึงเลือกใช้วิธีอื่น ๆ เช่นใช้ถุงยางอนามัย หรือนับวันปลอดภัย เป็นต้น

ที่สำคัญก่อนที่จะใช้ยาคุมฉุกเฉินควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง และหากพบว่ามีอาการผิดปกติอย่างเช่นมีเลือดออกทางช่องคลอด ประจำเดือนขาด หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย และเข้ารับการรักษาต่อไป