เมื่อมองลึกเข้าไปจะพบความซับซ้อนของการตัดสินใจ เช่น งบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับวัสดุที่ต้องการ พื้นที่ที่จำกัดจนต้องแลกฟังก์ชัน ระดับการดูแลรักษาที่ต่างกันทำให้ของบางชิ้นไม่เหมาะกับบ้านที่ต้องการความเรียบร้อยแต่ไม่อยากดูแลมาก นอกจากนั้น แสง เสียง และการไหลของคนในบ้านยังส่งผลต่อการเลือกวัสดุและการวางผัง ซึ่งทำให้คำตอบสำหรับแต่ละบ้านต่างกันอย่างมีเหตุผล
อ่านเรื่องนี้ด้วยมุมค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากตั้งคำถามว่าพื้นที่นี้ใช้ทำอะไรบ่อยที่สุด ใครใช้บ้าง และความไม่สะดวกที่ทนได้คือระดับไหน จากนั้นตรวจสิ่งที่วัดได้ เช่น ขนาดจริงของผนัง ระดับแสงและเวลาที่แสงเปลี่ยน ความสามารถในการเก็บของ และความต้องการด้านบำรุงรักษา การแบ่งปัญหาให้ชัดช่วยให้การตัดสินใจเป็นเหตุเป็นผลมากกว่าการตามเทรนด์
ตัวอย่างจากบ้านจริงช่วยเห็นความต่าง เช่น กล่องเก็บของใต้เตียงที่เปลี่ยนห้องเด็กให้ปลอดของรก งานตกแต่งผนังที่เป็นชั้นวางเล็กๆ ช่วยให้มุมอ่านหนังสือมีฟังก์ชันโดยไม่ต้องเพิ่มพื้นที่ หรือการเลือกโต๊ะพับที่กลายเป็นมุมทำงานชั่วคราวโดยไม่ทำให้ห้องหลักถูกรบกวน เหล่าตัวอย่างแสดงให้เห็นว่าการเลือกที่ชาญฉลาดคือการยอมแลกบางอย่างเพื่อได้สิ่งที่ใช้งานได้จริง
บางเรื่องยังไม่มีคำตอบเดียว เช่น เมื่อพื้นที่กับงบประมาณสวนทางกัน การเลือกที่จะปรับโครงสร้างเล็กน้อยหรือเปลี่ยนวิธีใช้งานประจำวันขึ้นอยู่กับค่าความสำคัญของแต่ละครัวเรือน สุดท้ายการตกแต่งที่ดีคือการทดลองปรับทีละนิด ดูผล แล้วค่อยตัดสินใจต่อไป
















